Newsตลาดรถยนต์อู้ฟู่! สภาอุตฯ ชี้โต 12.36% จากปีก่อน ลุ้นปีนี้ปิดยอดแตะ 1.8 ล้านคัน

ตลาดรถยนต์อู้ฟู่! สภาอุตฯ ชี้โต 12.36% จากปีก่อน ลุ้นปีนี้ปิดยอดแตะ 1.8 ล้านคัน

วันที่ 25 พ.ย. 2565 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดผลิตรถยนต์เดือนต.ค. ผลิตได้ 170,717 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.83%

 

โดยภาพรวม 10 เดือนของปี 2565 (ม.ค.-ต.ค.) ผลิตได้ 1,534,754 คัน เพิ่มขึ้น 12.36% โดยปีนี้ทั้งปีคาดว่ายอดผลิตรถยนต์จะผลิตได้ 1.75 ล้านคันตามเป้าหมายที่คาดไว้

 

“ส.อ.ท.มั่นใจว่ายอดผลิตรถยนต์ปีนี้จะทำได้ 1.75 ล้านคันแน่นอน เป็นยอดผลิตเพื่อส่งออก 9 แสนคัน เป็นยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 8.5 แสนคัน ซึ่งหากผู้ผลิตได้รับชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์มากขึ้นต่อเนื่องถึงสิ้นปี ก็มีโอกาสสูงที่จะทำให้ยอดผลิตรถยนต์ทั้งปีทำได้ 1.8 ล้านคันตามเป้าหมายเดิมที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นปีหรืออาจจะมากกว่านั้น ต้องมาติดตามลุ้นกันอีกครั้ง ขึ้นอยู่กับช่วงที่เหลือของปีนี้จะทำได้แค่ไหน เพราะยอมรับว่ายังมีความกังวลเรื่องปัญหาการขาดแคลนชิป หลังจากจีนเริ่มประกาศล็อกดาวน์อีกครั้ง ส.อ.ท.จึงยังไม่มีการปรับเป้าหมายยอดผลิตใหม่”นายสุรพงษ์ กล่าว

 

โดยเดือนต.ค.2565 มียอดผลิตเพื่อส่งออก 97,832 คัน มีสัดส่วน 57.31% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.75% รวม 10 เดือน ผลิตเพื่อส่งออกได้ 844,206 คัน เพิ่มขึ้น 7.02% ตามการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปอยู่ที่ 94,228 คัน เพิ่มขึ้น 15.51% จากการส่งออกรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้น 14.64% รถกระบะดัดแปลงเป็นรถยนต์นั่งอเนกประสงค์(PPV) เพิ่มขึ้น 62.2% และรถกระบะ เพิ่มขึ้น 10.17% เนื่องจากการได้รับชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นในรถยนต์นั่งและรถ PPV บางรุ่น จึงส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และตลาดแอฟริกา แต่ลดลง 6.14% จากเดือนก่อนหน้า ส่วนมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 84,917.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.91%

 

ส่วนยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศผลิตได้ 72,885 คัน มีสัดส่วน 42.69% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12.31% รวม 10 เดือนผลิตได้ 690,548 คัน เพิ่มขึ้น 19.65% สอดคล้องกับยอดขายรถยนต์ภายในประเทศอยู่ที่ 64,618 คัน เพิ่มขึ้น 0.24% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศจากผ่อนปรนให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติเข้าประเทศสะดวกขึ้น ทำให้มีเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ คนมีงานทำและมีรายได้เพิ่มขึ้นรวมทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเช่นคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน การส่งออกยังคงเติบโต การประกันรายได้เกษตรกร การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการออกรถยนต์รุ่นใหม่ แต่ลดลง 12.86% จากเดือนก.ย.2565

 

นายสุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดง ประเภทไฟฟ้าแบตเตอรี่(BEV) เดือนต.ค.2565 มียอดจดทะเบียนใหม่ 1,960 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 288.89% รวมยอดสะสม 26,527 คัน เพิ่มขึ้น 162.25% ประเภทไฟฟ้าไฮบริด(HEV) มี 5,036 คัน เพิ่มขึ้น 121.65% รวมยอดสะสม 250,743 คัน เพิ่มขึ้น 30.86% ประเภทไฟฟ้าไฮบริดปลั๊กอิน(PHEV) มี 899 คัน เพิ่มขึ้น 84.98% รวมยอดสะสม 40,790 คัน เพิ่มขึ้น 35.38%

 

#TheStructureNews

#สภาอุตสาหกรรม #ตลาดรถยนต์

 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้ที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างเป็นปกติ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณ เพื่อให้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า